openbooks Feedhttp://openbooks.tarad.comen-usCopyright (C) 2010 tarad.comไอ้พวกสุพรรณ / วาณิช จรุงกิจอนันต์ "เพลงสายพันธุ์ใหม่ที่จะเรียกว่าเพลงลูกทุ่งนี้ มีลักษณะเนื้อเพลง ทำนองเพลง และการร้อง แตกต่างจากเพลงที่มีมาแต่เดิม พวกกรุงเทพฯ เขารู้สึกกันว่าเป็นเพลงของไอ้พวกบ้านนอก แล้วไอ้พวกบ้านนอกหน้าไหนมันจะมาบ้านนอกได้เท่ากับไอ้พวกสุพรรณล่ะครับ ความรู้สึกดูถูกเพลงของไอ้พวกบ้านนอกนี้ดำรงคงอยู่อย่างต่อเนื่องมายาวนาน แม้จะมีจำนวนร่อยหรอไปเรื่อยๆ ตามความนิยมเพลงไอ้พวกบ้านนอกที่ทวีจำนวนมากขึ้น" วาณิช จรุงกิจอนันต์
Price: 215.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_116421_th_3256108Tue, 07 Sep 2010 11:08:22 +0700
บทเรียนจากวิกฤตซับไพรม์ หนังสือ บทเรียนจากวิกฤตซับไพรม์ เป็นหนึ่งในชุด เศรษฐ'ธรรมศาสตร์ สัมมนา (ECON TU Seminar Series) เนื้อหาของหนังสือมาจากการถอดความและเรียบเรียงงานเสวนาวิขาการเชิดชูเกียรติ รศ.ดร.สุพจน์ จุนอนันตธรรม อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วยปาฐกถาเรื่อง "เราเรียนรู้อะไรจากวิกฤตซับไพรม์" โดย รศ.ดร.สุพจน์ จุนอนันตธรรม เศรษฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ประจำปีการศึกษา 2551 และงานเสวนาทางวิชาการเรื่อง "การจัดการภาคเศรษฐกิจการเงินระหว่างประเทศของไทย: บทเรียนจากวิกฤตการเงินสหรัฐอเมริกา" ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552 ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย รศ.ดร.ภาณุพงศ์ นิธิประภา ศ.ดร.อารยะ ปรีชาเมตตา รศ.ดร.วิมุต วานิชเจริญธรรม โดยมี ดร.พิสุทธิ์ กุลธนวิทย์ เป็นผู้ดำเนินรายการ 
Price: 80.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_498118_th_3211840Thu, 19 Aug 2010 19:15:40 +0700
ปฏิบัติการหนังทุนข้ามชาติ / สนธยา ทรัพย์เย็น และ ทีฆะเดช วัชรธานินท์ สัมภาษณ์ 11 คนทำหนังอิสระชาวไทยที่ได้รับการสนับสนุนทุนสร้างภาพยนตร์จากต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นชัยชนะเล็กๆ ของคนทำหนังไทยนอกระบบสตูดิโอ อาทิ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล, อโนชา สุวิชากรพงษ์, อาทิตย์ อัสสรัตน์, พิมพกา โตวิระ, ก้อง ฤทธิ์ดี-ภาณุ อารี ฯลฯ ร่วมด้วยบทความแนะนำการติดต่อแหล่งทุนจากต่างประเทศ และรวมบทสัมภาษณ์ล่าสุดของ 3 ผู้กำกับหนังรุ่นใหม่ไฟแรงเจ้าของรางวัลภาพยนตร์ระดับนานาชาติแห่งยุค คือ อภิชาติพงษ์ วีระเศรษฐกุล เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ จาก 'ลุงบุญระลึกชาติ', อโนชา สุวิชากรพงษ์ จาก 'เจ้านกกระจอก' และอาทิตย์ อัสสรัตน์ จาก 'Wonderful Town'   "ผมเป็นคนไม่ชอบสังคมที่สุดในโลก แต่ถ้าจะให้เลือกเข้าสังคม สังคมภาพยนตร์คือสังคมที่สบายใจที่สุด..." --อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำ เทศกาลหนังเมืองคานส์ จากภาพยนตร์เรื่อง 'ลุงบุญมีระลึกชาคิ' "ยิ่งทำหนังอินดี้เท่าไหร่ หมายความว่าคุณต้องปรับตัวมาก และต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าวงการอินดี้ไม่ว่าไทยหรือต่างประเทศ กว่าจะถึงขั้นที่เราจะได้เงินทุนมามันต้องสร้างโปรไฟล์เยอะมาก ทำอย่างไรจึงจะสร้างตรงนี้ได้"--พิมพกา โตวีระ ผู้กำกับ 'คืนไร้เงา' และ 'สวรรค์บ้านนา' "ตอนที่สมัครขอทุน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการสร้างภาพ ของตัวเองที่ฝรั่งต้องการจะเห็น....ซึ่งภาพที่เราสร้างมันอาจไม่เป็นจริงด้วยซ้ำ..."--อาทิตย์ อัสสรัตน์ ผู้กำกับ 'Wonderful Town'
Price: 265.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_116420_th_3148358Mon, 26 Jul 2010 15:15:35 +0700
ปัญญาญี่ปุ่น / ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา
การสร้างตัวเองให้ขึ้นมาใหม่จนกลายเป็นมหาอำนาจทางการทหารทัดเทียมตะวันตกในเวลาอันสั้นหลังเปิดประเทศนั้น เป็นเพียงมหัศจรรย์แรกแห่งปัญญาญี่ปุ่น หากแต่การสร้างตัวเองจากกองเถ้าถ่านให้กลายมาเป็นมหาอำนาจในทางเศรษฐกิจนับเป็นมหัศจรรย์ยิ่งกว่า ค่ายรถยนต์ตลอดถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั้งหลายของญี่ปุ่นส่วนใหญ่ล้วนก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
               
ปัญญาญี่ปุ่นจึงเป็นสิ่งที่น่าศึกษา ซึมซับ และเก็บรับบทเรียนเพื่อปรับเปลี่ยนและใช้งานในยามที่ ปัญญาไทยตกต่ำ แตกสลายจนไม่อาจรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นกับสังคมของตัวเองได้
               
หลังเหตุการณ์วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ใช่แต่เพียงห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ถนนหนทาง ตึกรามบ้านช่องจะพังพาบลงไปต่อหน้าต่อตา ใช่แต่ขวัญและกำลังใจของผู้คนจะตกหล่นอยู่หน้าจอโทรทัศน์ แต่ ปัญญาไทย ได้ตกต่ำลงจนไม่อาจจะทำความเข้าใจ กระทั่งหาคำอธิบายให้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างรอบคอบและรอบด้าน มิต้องเอ่ยถึง ปัญญา ที่เราจะใช้ในการนำพาตัวเองออกจากวิกฤตและสร้างตัวเองขึ้นมาใหม่ โดยไม่ใช้ทั้งลัทธิทหารและชาตินิยมเข้มข้นเป็นธงนำ อันจะทำให้สังคมที่ร้าวลึกอยู่แล้ว ยิ่งแตกแยกจนยากต่อการประสานเยียวยา
               
แม้หนังสือเล่มนี้จะมิได้ให้รายละเอียดมากนักในทางประวัติศาสตร์ ด้วยข้อจำกัดอันเกิดจากรูปแบบงานเขียนที่เรียบเรียงจากคอลัมน์ที่ตีพิมพ์เป็นตอนๆ ในนิตยสาร (ฅ.ฅน) หากแต่ผู้เขียนหวังว่า ด้วยขนาดอันกะทัดรัด และวิธีการนำเสนอที่ไม่สลับซับซ้อน น่าจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าถึงประเด็นได้ในเวลาอันสั้น
               
ส่วนคำตอบที่จะเป็นทางออกนั้น เป็นปัญญาใหม่ที่ต้องใช้ทั้งเวลา ความอุตสาหะ และความเสียสละของผู้คนทั้งสังคม และบ่อยครั้งมากกว่าหนึ่งชั่วคน เพื่อที่จะสร้าง ถนนสายปัญญา ขึ้นมาใหม่จากมุมมองของทุกฝ่าย เพื่อให้สังคมไทยก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและเท่าเทียมกัน
มีเพียงถนนสายปัญญาเท่านั้น ที่จะทำให้เราไม่ต้องกลับมานั่ง เดิน ยืน นอน และวิ่งหนีกระสุน-บนถนนสายเก่า ไม่ว่าถนนสายนั้นจะชื่อว่าราชดำเนิน ราชประสงค์ หรือราชดำริ
 
และนี่จะเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่าสังคมไทยมีปัญญาที่ว่านั้นอยู่จริงหรือไม่
 
- ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา -

Price: 165.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_116421_th_3146650Sun, 25 Jul 2010 15:55:48 +0700
เดอะ เว็นดิโก้ อสูรไพรทมิฬ / แดนอรัญ แสงทอง แปล แปลจาก The Wendigo ของ Algernon Blackwood ลีลาการบรรยายเรื่องของคุณแบล็ควูดเอง ผ่านสำนวนเทียบเคียงของคุณแดนอรัญ ช่วยให้ความแจ่มชัดจะแจ้งถูกลดทอนลงสู่อาการ "บอกน้อยได้มาก" ซึ่งแม้ว่าจะไม่เกี่ยวกับคติเทพแห่งสถาปัตย์สำนักมินิมัลลิสต์ หรือสถาบันดนตรีวนลูปย้ำคิดย้ำทำ แต่อย่างใด แต่อย่างน้อยก็ช่วยลดฟังก์ชั่น ตัดตอนอาการโหวกเหวกรกรัง และการย่องแตะหลังแบบผีเองยังสะดุ้ง สนธยา ทรัพย์เย็น
Price: 120.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_116423_th_3070607Wed, 23 Jun 2010 14:00:02 +0700
วิชาสุดท้าย เล่ม 1 (ปกแข็ง) / สฤณี อาชวานันทกุล

สุนทรพจน์ที่นักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐอเมริกาได้ฟังจากบุคคลชั้นแนวหน้าของประเทศในวันรับปริญญา

"อย่าทิ้งความกระหาย อย่าคลายความซื่อ"

Steve Jobs ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการ และซีอีโอบริษัทแอปเปิล

"จงต่อกรกับความไม่เท่าเทียมอันร้ายกาจ"

Bill Gates ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์

"คุณค่าที่แท้จริงของการศึกษา"

David Foster Wallace นักเขียนนวนิยาย เรื่องสั้น และบทความ

"สิบข้อที่จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการทำให้โลกแย่ลงกว่าเดิม"

Russell Baker นักเขียนรางวัลพูลิตเซอร์

"นั่นไม่ใช่อุดมการณ์ นั่นคือภาวะฉุกเฉิน"

Bono นักร้องนำและนักแต่งเพลงวง U2

"จงวัดความสำเร็จด้วยความสุขของผู้คนรอบตัวคุณ"

Jerry Zucker ผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์

"กลืนความกลัวเข้าไป แล้วก้าวเข้าไปนั่งในรถเข็น"

Marc Lewis อาจารย์มหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน

"ทุกอย่างที่จำเป็นต้องรู้ภายในวันรับปริญญา"

Michael Bloomberg นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก

"สำนึกของพลเมืองที่เปี่ยมความเอื้ออาทร"

Martha Nussbaum นักปรัชญาผู้เชี่ยวชาญด้านกรีกและโรมัน

"ความรู้ในตัวตน"

Robert B. Reich อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานสหรัฐอเมริกา
Price: 210.00
สั่งซื้อ ]]>http://openbooks.tarad.com/product.detail_116421_th_2921889Mon, 12 Apr 2010 12:53:16 +0700วาณิช 60.5 / วาณิช จรุงกิจอนันต์ คำนิยมสมมุติ หนังสือ วาณิช 60.5 เล่มนี้ เป็นเล่มต่อจาก วาณิช 60 ซึ่งชุดนี้มีสองเล่ม โดยผลงานทั้งหมดนั้นคัดสรรจากงานของคุณวาณิช จรุงกิจอนันต์ ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร อิมเมจ ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี ๒๕๔๑ จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๓ จัดเรียงตามลำดับเวลาที่ตีพิมพ์ในหน้านิตยสาร ผู้ที่ทำหน้าที่บรรณาธิการของหนังสือชุดนี้ คือ คุณนิภา เผ่าศรีเจริญ ทำไมต้องเป็น วาณิช 60.5 นั่นน่ะสิ ผมเองก็สงสัย บรรณาธิการเธอตอบมาสั้นๆ ว่า ต้นฉบับดีๆ ของพี่เขายังเหลืออีกเยอะ จะทิ้งไปก็เสียดายเกรงว่าแฟนๆ นักอ่านของพี่เขาจะไม่ได้เสียสตางค์ จึงคิดว่าน่าจะรวมขึ้นมาอีกสักเล่มหนึ่งเพื่อให้เข้าชุดกัน และในเมื่อตัวเลข 60 ของเล่มที่แล้วนั้น หนูหมายถึง พี่วาณิชมีอายุครบหกสิบปี ส่วนตัวเลข 60.5 ในเล่มนี้นั้น คนที่หน้าตาฉลาดๆ อย่างพี่น่าจะเดาได้ว่าหมายถึงอะไร ครับ ก็เดาได้ถูกครับ เดาได้ว่าในเดือนมีนาคมที่หนังสือจะออกวางจำหน่ายนี้ พี่วาณิช ของผมจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเป็นหกสิบกิโลครึ่ง อ้วนขึ้นเยอะนะครับพี่ของเรา สมมุตินะครับ สมมุติว่าผมไม่เคยรู้จักคุณพี่วาณิช จรุงกิจอนันต์ เป็นการส่วนตัวมาก่อน ผมเป็นเพียงผู้อ่านคนหนึ่งเหมือนกับท่านผู้อ่านที่กำลังอ่านหนังสือเล่มนี้อยู่ และนะครับ และสมมุติว่าหนังสือ วาณิช 60.5 เล่มนี้ เป็นเล่มแรกที่ผมได้อ่านผลงานของเขา เมื่ออ่านแล้วผมรู้สึกอย่างไรต่อหนังสือเล่มนี้ โดยจะพูดตามความเห็นของผมเป็นส่วนตัว ไม่ขอพึ่งวิชาการด้านอักษรศาสตร์แต่อย่างใด เพราะจนปัญญา คอลัมน์ที่คุณวาณิชเขียนให้นิตยสาร อิมเมจ นั้น จัดว่าเป็นคอลัมน์ที่ขายตัวนักเขียนเอง หมายถึงว่าจะเขียนอะไรก็ได้ นักเขียนเป็นผู้รับผิดชอบต่อคนอ่านของเขาเอง ซึ่งแตกต่างจากคอลัมน์ประเภทที่ทางบรรณาธิการกำหนดให้เขียน เช่น เรื่องการเมือง เรื่องดนตรี เรื่องทำอาหาร หรือเรื่องท่องเที่ยว ฯลฯ ซึ่งแต่ละประเภทที่ว่านี้ถูกกำหนดมาตามนโยบายของหนังสือแต่ละฉบับ และนักเขียนก็มีหน้าที่ไปหาเรื่องเหล่านั้นมา คอลัมน์ประเภทที่ว่านักเขียนจะเขียนอะไรก็ได้นี้ จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ที่ว่าง่ายนั้น เพราะว่ามีหัวข้อให้เลือกเขียนได้ไม่จำกัด แม้แต่หมาของนักเขียนตายก็ยังหยิบมาเขียนได้ ที่ว่ายากก็คือ จะเขียนอย่างไรให้หมาตายเป็นเรื่องน่าอ่าน เป็นเรื่องที่ผู้อ่านชอบ หรือให้ข้อฉุกคิดบางอย่างกับผู้อ่าน ไม่ใช่ว่าอ่านแล้วได้แต่รำพึงอยู่ในใจว่า หมามึงตายแล้วมาเกี่ยวอะไรกับหนูคะ อย่างนี้ก็ถือว่าล้มเหลวในการประกอบอาชีพนี้ สมควรไปหาอาชีพอื่นทำ และการที่จะเขียนงานประเภทนี้ให้น่าอ่านน่าฟังได้ ต้องเป็นเรื่องของทักษะการเขียนที่แข็งแรงล้วนๆ ไม่มีฟลุค สิ่งแรกที่อยากพูดถึงในงานชุดนี้ คือวิธีการเขียน งานเขียนชุดนี้เมื่อเราอ่านแล้วเหมือนเรากำลังฟังผู้เขียนเล่าเรื่องต่างๆ ให้เราฟัง ขณะเดียวกันที่เราฟังผู้เขียนเล่าเรื่องอยู่นั้น เราก็รู้จักตัวตนของผู้เขียนควบคู่ไปด้วย จะเห็นได้ว่าในหลายๆ หัวข้อที่ผู้เขียนหยิบมาเขียนนั้น ผู้เขียนจะสอดแทรกชีวิตส่วนตัวของตัวเองเข้ามาด้วย จนผู้อ่านเผลอคิดไปว่าผู้เขียนเป็นเพื่อนสนิทของเราคนหนึ่งที่รู้จักกันมานาน รู้ว่าสมัยเด็กเขามีชีวิตอย่างไร เป็นใครมาจากไหน เคยต่อยกับใคร เคยอกหักกี่หน รู้กระทั่งถึงชีวิตทุกวันนี้ของผู้เขียนอยู่กินอย่างไร มีลูกกี่คน นอกจากนั้นผู้เขียนยังบอกเราว่า เขาเป็นคนอย่างนี้ มีนิสัยอย่างนั้น มีความเห็นอย่างไรต่อเรื่องนี้ เขาบอกกับเราตรงๆ ข้อเขียนในชุดนี้ใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบนั้น คือ เหมือนคุยกับเพื่อนด้วยวิธีง่ายๆ สบายๆ ไม่เคร่งเครียด ขณะที่เราอ่านเราจึงรู้สึกเหมือนได้ฟังเพื่อนสนิทของเราคุยให้เราฟัง ส่วนประเด็นหัวข้อที่ว่านักเขียนสามารถหยิบอะไรมาเขียนก็ได้นั้น ดูเหมือนคุณวาณิชทำเช่นนั้นจริงๆ คือหยิบอะไรมาเขียนมั่วไปหมด บางครั้งไม่ใช่หัวข้อที่น่าสนใจก็นำมาเขียน เช่น “รูปถ่ายลายเซ็น” ฟังชื่อเรื่องแล้ว ผมถามตัวเองว่า ผมจะอยากรู้ไปทำไม แต่เมื่ออ่านแล้วก็เห็นว่าคุณวาณิชมีประเด็นในเรื่องนี้ และเรื่องทุกเรื่องในหนังสือเล่มนี้เป็นอย่างนั้น คือมีประเด็นที่ชัดเจนในการที่จะหยิบเรื่องมาเขียน และประเด็นหรือความเห็นที่เขามีนั้น ค่อนข้างที่จะไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน เช่น เรื่อง “โนบรา” เป็นต้น ประเด็นหรือความเห็นที่ไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านนี้ถือเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งในข้อเขียนชุดนี้ เพราะเป็นเรื่องที่เราจะหาฟังได้ยากจากคนสติดีๆ (ฮา) อีกสิ่งหนึ่งที่ปรากฏในงานชุดนี้ คือ อารมณ์ขันของผู้เขียน เรื่องนี้เอาตัวเราเป็นที่ตั้งนะครับ สมมุติว่า เรามีเพื่อนสองคน คนหนึ่งเจอกันทุกครั้งมีแต่เรื่องเครียดๆ มาคุยให้ฟังตลอด กับอีกคนหนึ่งเมื่อเจอกันแล้วมีเรื่องให้เราหัวเราะสบายใจ ถ้าให้เลือกเจอได้หนึ่งคน เราจะเลือกพบใครคงไม่ต้องเดา อารมณ์ขันนั้นเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของคนเรา งานเขียนก็เช่นเดียวกัน อารมณ์ขันเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของงานเขียนด้วย งานของคุณวาณิชชุดนี้มีลักษณะนั้น คือมีอารมณ์ขันแทรกอยู่ตลอด อ่านแล้วเบิกบานสบายใจ และเรื่องอารมณ์ขันนี้เป็นเรื่องที่ฝึกกันไม่ได้หรอกครับ เพราะเป็นเรื่องที่ติดมากับตัวผู้เขียนเอง โดยเฉพาะอารมณ์ขันที่ไม่เชยของคุณวาณิช ประเด็นสุดท้ายที่ไม่ขอกล่าวถึง คือ ทักษะของการเขียนของคุณวาณิช จรุงกิจอนันต์ เพราะเท่าที่อ่านประวัติของนักเขียนคนนี้มา เราคงทราบกันดีว่าฝีไม้ลายมือของเขาเป็นอย่างไร และมิควรที่ผมจะไปก้าวก่ายกับทักษะด้านนี้ของเขาเป็นอันขาด สิ่งที่ผมได้รับจากการอ่านข้อเขียนชุดนี้จบลง คือ อ่านเพลินครับ จบบทนี้ก็อยากอ่านบทต่อไปอีก อยากรู้ว่าบทต่อไปเขาจะพูดเรื่องอะไร อยากฟังทรรศนะที่ไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านของเขา อยากรู้ว่าเขาจะมีมุขอะไรมาแหย่ให้เรายิ้มได้อีก เผลอตัวแผล็บเดียวก็จบชุดเสียแล้ว และนี่เป็นอีกอย่างหนึ่งที่นักเขียนอาชีพต้องมีกันทุกคน คือสามารถทำให้คนอ่านของเขาวางหนังสือไม่ลงได้ ผมเชื่อเหลือเกินว่า ถ้าท่านผู้อ่านหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านก็คงรู้สึกเช่นเดียวกับผม คือวางไม่ลง ทางที่ดีผมขอแนะนำว่า อ่านไปหักใจไปครับ เก็บเอาไว้อ่านวันหลังบ้าง หนังสือดีๆ อย่างนี้อ่านวันละบทสองบทก็พอครับ

ชาติ กอบจิตติ
๘ มีนาคม ๒๕๕๓
ที่บ้าน
 
หมายเหตุบรรณาธิการ : “เวลาพิมพ์หนังสือครั้งแรก เราเรียกพิมพ์ครั้งที่ 1 เวลาพิมพ์ครั้งต่อไปแทนที่จะเป็นพิมพ์ครั้งที่ 2 แต่เรียกว่าครั้งที่ 1.5 ก็มันส์ดีนะ” นั่นคือที่มาให้สนุกนึกแผลงชื่อหนังสือเล่ม 2 ของพี่วาณิช -เล่มนี้ว่า วาณิช 60.5
ขอบคุณ ‘ผาด พาสิกรณ์’ สำหรับการสันดาปความคิิด (โดยไม่รู้ตัว)

Price: 215.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_116421_th_2921851Mon, 12 Apr 2010 12:29:10 +0700
October No. 8 พบกับ - เนวิน ชิดชอบ มนุษย์การเมืองพันธุ์พิเศษ จากบุคคลอันตราย สู่เจ้าพ่อคอนเน็กชั่น อิศรินทร์ หนูเมือง - การสืบทอดอำนาจ: ว่าด้วยวงศาคณาญาติ ทายาท รัฐประหาร และการเลือกตั้ง ประจักษ์ ก้องกีรติ - มาบตาพุด กับจุดเปลี่ยนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน สฤณี อาชวานันทกุล - ชะตากรรม 3 รัฐวิสาหกิจไทย บอกอะไรกับเรา? วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ - บทบันทึกว่าด้วยเศรษฐศาสตร์การเมืองเรื่องชุดชั้นในและชุดว่ายน้ำ พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ - สื่อ Moralism ใบตองแห้ง - ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร: ว่าด้วยเสื้อแดงศึกษาและประชาธิปไตยแบบไทยๆ วรพจน์ พันธุ์พงศ์ - เรามีสิทธิที่จะขี้เกียจ โตมร ศุขปรีชา - "จุดคานงัด" ประเทศไทยเพื่อฝ่าวิกฤตการณ์สังคม เศรษฐกิจ การเมือง ที่ซับซ้อน สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ - เขื่อนสามผา ปลาปีศาจ และอิฐวิเศษ วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา - บทสนทนาว่าด้วยชีวิตและวรรณกรรมกับผาด พาสิกรณ์ ปิยะวิทย์ เทพอำนวยสกุล ฯลฯ
Price: 265.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_116425_th_2915478Thu, 08 Apr 2010 15:45:19 +0700
เศรษฐกิจทางเลือก: ว่าด้วยเศรษฐกิจความสุข เศรษฐกิจอิสลาม และนโยบายประชานิยม / สฤณี อาชวานันทกุล
ประสบการณ์ของประเทศต่าง ๆ ในรายงานฉบับนี้สะท้อนให้เห็นว่า นโยบายเศรษฐกิจทางเลือกไม่จำเป็นต้องเป็นชุดนโยบายที่อยู่ตรงกันข้ามกับอุดมการณ์เสรีนิยมใหม่ในทุกๆ มิติ และไม่จำเป็นต้องปฏิเสธโลกาภิวัตน์ หากเป็นการ “หาจุดร่วม สงวนจุดต่าง” ที่ผนวกผสานความต้องการและบริบทเฉพาะถิ่น เข้ากับปัจจัยต่างๆ ที่เป็นหัวใจหลักของระบบตลาด ดังนั้น ภูฏานจึงมุ่งเน้นการรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับความเจริญทางเศรษฐกิจตามแนวทางของพุทธเศรษฐศาสตร์ ระบบการเงินอิสลามและตลาดทุนอิสลามกำลังพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าสามารถดำรงอยู่เป็นระบบคู่ขนานกับระบบการเงินกระแสหลักได้ดีเพียงใด และประเทศในละตินอเมริกาหลายประเทศกำลังพยายามดำเนินนโยบายประชานิยมใหม่ๆ ที่เชื่อว่าจะ “ยั่งยืน” ได้จริงและช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ในประเทศ แย่งชิงความเป็นเจ้าของทรัพยากรกลับคืนมาจากบรรษัทข้ามชาติที่เคยฉวยโอกาสเข้ามาตักตวงค่าเช่าทางเศรษฐกิจในอดีต
ถึงแม้ว่าบริบททางวัฒนธรรม สังคม และประวัติศาสตร์ของประเทศเหล่านี้ย่อมแตกต่างอย่างมากจากบริบทของประเทศไทย ผู้วิจัยเชื่อว่าประสบการณ์เหล่านี้ก็ยังเป็นประโยชน์ต่อทิศทางการพัฒนาของประเทศไทย อย่างน้อยก็ในแง่ที่ชี้ให้เห็นความสำคัญของโครงสร้างเชิงสถาบัน ข้อบกพร่องของอุดมการณ์เสรีนิยมใหม่ ความพยายามของแต่ละประเทศในการ “พึ่งพาตนเอง” ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดความผันผวนของเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากกระแสโลกาภิวัตน์อันเชี่ยวกราก นอกจากนี้ ประสบการณ์ของประเทศเหล่านี้ยังชี้ให้เห็นว่า นโยบายเศรษฐศาสตร์ทางเลือกนั้น นอกจากจะสามารถใช้ควบคู่ไปกับระบบตลาดแล้ว ยังเป็นไปได้ที่จะออกแบบให้มีความยืดหยุ่นและยั่งยืน ในทางที่เอื้อต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโดยไม่ต้องสูญเสียมิติอื่นๆ เช่น อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ตาข่ายสังคม และคุณภาพชีวิต ซึ่งล้วนมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าความเจริญทางเศรษฐกิจ บางทีอาจสำคัญกว่าด้วยซ้ำไป

Price: 135.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_116419_th_2902713Fri, 02 Apr 2010 14:06:36 +0700
เศรษฐกิจทางเลือก: ว่าด้วยรัฐสวัสดิการ / เอื้อมพร พิชัยสนิธ
คำว่า “สวัสดิการ” ครอบคลุมไปในหลากหลายมิติที่เกี่ยวข้องกับความอยู่ดีมีสุขของมนุษย์ ในทางเศรษฐศาสตร์ คำว่า “สวัสดิการ” ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวโยงไปถึงความช่วยเหลือ เช่น เงิน สิ่งของ หรือบริการสาธารณะ ที่องค์กร หรือรัฐ เป็นผู้จัดสรรให้แก่สมาชิกหรือพลเมืองเสมอไป  กล่าวคือ สวัสดิการไม่จำเป็นต้องอิงอยู่กับสถาบัน แต่สวัสดิการสามารถจะเกิดขึ้นในระดับปัจเจก (individual level) จากเรื่องพื้นฐาน ที่เราอาจมองข้ามไปในชีวิตประจำวัน เช่น การได้ฟังเพลง หรือท่องเที่ยวไปในสถานที่แปลกใหม่ที่ชอบ ก็สามารถสร้าง “สวัสดิการ” ในระดับปัจเจกได้  ในระดับมหภาค นโยบายเศรษฐกิจและสังคมด้านใดด้านหนึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อสวัสดิการของคนหมู่มาก และจะมีผลที่แตกต่างกันออกไปสำหรับแต่ละบุคคล ดังนั้นเศรษฐศาสตร์จึงพิจารณาถึงผลทางสวัสดิการที่เป็นสุทธิของสังคมโดยรวม ซึ่งในทางเทคนิค นักเศรษฐศาสตร์จะเรียกสวัสดิการสุทธิดังกล่าวว่า “สวัสดิการสังคม”
 
สวัสดิการสังคมทางเศรษฐศาสตร์ดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้น มีความหมายที่กว้างมากกว่าคำว่า “สวัสดิการสังคม” ที่จะนำมาใช้ในบริบทที่จะกล่าวถึงในหนังสือเล่มนี้ โดยหนังสือเล่มนี้จะกล่าวถึง “สวัสดิการสังคม” ที่เป็นเพียงส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งของ “สวัสดิการสังคม” ในทางเศรษฐศาสตร์ เพราะ “สวัสดิการสังคม” ในที่นี้จะสื่อความหมายไปถึงเฉพาะสถาบัน หรือโครงการที่ดำเนินการโดยสถาบัน เพื่อก่อให้เกิดความอยู่ดีมีสุขขั้นพื้นฐาน ซึ่งความอยู่ดีมีสุขขั้นพื้นฐานนี้ก็ขึ้นอยู่กับค่านิยมและบรรทัดฐานทางความคิดของประชาชนและรัฐในแต่ละสังคม ที่มนุษย์พึงควรจะมีเท่าที่โครงสร้างทางสถาบันจะเอื้ออำนวยให้เป็นไปได้   
 
หากจะพิจารณาถึงประเทศที่ให้ความสำคัญต่อเรื่องสวัสดิการสังคมอย่างเด่นชัด กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียที่ตั้งอยู่ในยุโรปตอนเหนือ ถือได้ว่ามีความโดดเด่นมากในเรื่องความเป็น “รัฐสวัสดิการ” (Welfare State) ซึ่งสาระสำคัญของความเป็นรัฐสวัสดิการ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย คือการเน้นเรื่องการกระจายสิทธิและผลประโยชน์ที่รัฐพึงมีหน้าที่จะต้องจัดสรรให้แก่พลเมืองในประเทศอย่างทั่วถึง ยกตัวอย่างกรณีระบบสวัสดิการในสวีเดน หนึ่งในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียที่เป็นที่รู้จักกันดี ครอบคลุมในขอบเขตที่กว้าง และมีความละเอียดอ่อนในหลายมิติของความอยู่ดีมีสุข  โดยระดับการพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศเป็นมูลค่าที่สูงก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สนับสนุนให้มีการเพิ่มผลผลิต ซึ่งก่อให้เกิดความมั่งคั่งของประเทศ และมาตรฐานความเป็นอยู่ที่สูงตามมา  นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่งคือการมีภาครัฐ (public sector) ที่มีขนาดใหญ่  โดยที่การขยายขนาดของภาครัฐหลังสงครามโลกครั้งที่สองได้นำประเทศไปสู่การสร้างงานใหม่ๆ และกลายมาเป็นรากฐานสำคัญสำหรับแรงงานที่เป็นผู้หญิง

Price: 135.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_116419_th_2902684Fri, 02 Apr 2010 13:56:35 +0700
เศรษฐกิจทางเลือก: ว่าด้วยมาตรการกำกับและจัดการทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ / ปกป้อง จันวิทย์
‘โลกาภิวัตน์’ และ ‘โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ’ จึงไม่ได้เป็นแค่ ‘ปรากฏการณ์’ ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ (Natural) ซึ่งผุดบังเกิดขึ้นด้วยตนเอง และมีความเป็นกลางในตัวของมันเอง (Neutral) หรือเป็นผลลัพธ์จากพฤติกรรมหรือปฏิสัมพันธ์ของหน่วยเศรษฐกิจย่อยๆ อย่างมิอาจบังคับทิศทางได้และมิอาจควบคุมได้ (Emerging Events) เพียงเท่านั้น แต่ในปรากฏการณ์โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ มี ‘อุดมการณ์’ ทำงานอยู่เบื้องหลังด้วย ทั้งนี้ ‘อุดมการณ์’ เบื้องหลังมีส่วนในการค้ำยันสร้างความชอบธรรมและหนุนเสริมให้ปรากฏการณ์โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจคงอยู่ ขยายตัว และเข้มแข็งขึ้น ในขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งขึ้นก็มีส่วนหนุนเสริมให้ ‘อุดมการณ์’ ดังกล่าวเข้มแข็งขึ้นตามไปด้วย การส่งผลกระทบระหว่างกันในลักษณะ Dialectic Determinism เช่นนี้จะดำเนินเรื่อยไปอย่างไม่หยุดนิ่ง และทำให้ปรากฏการณ์โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจและ ‘อุดมการณ์’ ดังกล่าวต่างก็เข้มแข็ง ขยายตัว เป็นที่ยอมรับ และส่งอิทธิพลเหนือหน่วยเศรษฐกิจต่างๆในสังคมเศรษฐกิจโลกมากขึ้นโดยลำดับ
ความสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์โลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจและ ‘อุดมการณ์’ ดังกล่าวเป็นแกนหลักที่ต้องทำความเข้าใจ หากต้องการศึกษาวิเคราะห์สภาพความเป็นจริงทางเศรษฐกิจและแก่นเนื้อหา (Essence) ของสังคมเศรษฐกิจโลกดัง ‘ที่เป็นอยู่’ ในปัจจุบัน รวมถึงการศึกษา ‘ที่มา’ (จากอดีต) และ ‘ที่ไป’ (สู่อนาคต) ของสังคมเศรษฐกิจโลก เนื่องเพราะความสัมพันธ์ดังกล่าวเป็นพื้นฐานที่ส่งผลกระทบต่อวิถีการผลิต (Mode of Production) ของสังคมเศรษฐกิจโลก ทั้งในแง่พลังการผลิต (Forces of Production) และรูปแบบความสัมพันธ์ทางสังคมและเศรษฐกิจของหน่วยเศรษฐกิจ (Social Relations of Production) วิถีทางผลิตส่งผลกระทบต่อโครงสร้างส่วนบน (Superstructure) ของสังคมเศรษฐกิจโลก เช่น ระบบกฎหมาย ระบบความเชื่อ ระบบการเมืองการปกครอง ระบบการศึกษา ระบบการกล่อมเกลาและผลิตสร้างคนสู่สังคม (Socialization) ฯลฯ อีกต่อหนึ่ง ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ที่กล่าวถึงทั้งหมดล้วนมีลักษณะ Dialectic Determinism ทั้งสิ้น คำถามสำคัญก็คือ ‘อุดมการณ์’ ที่ทำงานอยู่ภายในปรากฏการณ์โลกาภิวัตน์คืออะไร? มีแก่นเนื้อหาอย่างไร? คำตอบก็คือ ‘อุดมการณ์เสรีนิยมใหม่’ (Neoliberalism)
Price: 135.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_116419_th_2902671Fri, 02 Apr 2010 13:50:48 +0700
เงินเดินดิน / สฤณี อาชวานันทกุล มองในแง่ที่ดีที่สุด เงินเป็น “ปีศาจจำเป็น” ในการดำรงชีวิต เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้ยากไร้จำนวนนับไม่ถ้วนที่ไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด พยายามไขว่คว้าดิ้นรนหาชีวิตที่ดีกว่า ชีวิตที่วันนี้ยังเป็นเพียงความฝัน แต่เงินอาจบันดาลให้เป็นจริงก่อนตาย เพราะถึงแม้ชาติตระกูลอาจเป็นเรื่องของโชคชะตาที่ไม่มีใครเลือกได้ มนุษย์ทุกคนมีสิทธิเปลี่ยนแปลงฐานะแรกเกิดและสภาพความเป็นอยู่ในชีวิตได้ ขอเพียงแต่สังคมจะหยิบยื่นเสรีภาพและโอกาสให้ตามสมควรและอย่างเป็นธรรม ประกอบกับการประคองตนให้มีวินัยในการใช้จ่าย มีวิริยะอุตสาหะเป็นที่ตั้ง และถ้าจะให้ดีก็ไม่ควรมีใครถูกวาทกรรมที่ถูกสร้างและสืบทอดด้วยอคติของชนชั้นนำจำนวนมากที่ฝังแน่นผ่านกาลเวลา – จาก “คนจนมีกรรมเก่าต้องก้มหน้ารับ” และ “คนเป็นไพร่ไม่มีวันใช้เงินเป็น” มาจนถึงการโหนกระแสวาทกรรมร่วมสมัยอย่าง “เศรษฐกิจพอเพียง”– กดทับจนหายใจแทบไม่ออก ถูกยัดเยียดความรู้สึกสมยอมและปมด้อยที่ไร้เหตุผลและไม่เป็นธรรมเป็นอย่างยิ่ง กลไกและโครงสร้างต่างๆ ในระบบทุนนิยมอาจเอื้ออำนวยให้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น แต่นั่นย่อมมิได้หมายความว่าเราควรปฏิเสธ “เสรีภาพทางเศรษฐกิจ” ของเพื่อนร่วมโลก เสรีภาพที่นักเศรษฐศาสตร์สวัสดิการผู้ยิ่งใหญ่ อมาตยา เซน (Amartya Sen) ประกาศว่าเป็นหนึ่งใน “เสรีภาพขั้นพื้นฐาน” ที่มนุษย์ทุกคนควรได้รับ ในโลกที่คนจำนวนนับไม่ถ้วนหันไปมองหาต้นตอเมื่อได้ยินเสียงเหรียญตกกระทบพื้น แต่ไม่นำพาต่อเสียงใบไม้ลู่ลมหรือเสียงอื่นใดในธรรมชาติ ผู้เขียนคิดว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะหันมาสำรวจปฏิสัมพันธ์ที่เรามีต่อเงิน และ “วิธีทำงาน” ของเงินในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ หุ้น ราคา หรือความมั่งคั่ง จากมุมมองของนักการเงิน รวมทั้งทฤษฎีและการค้นพบใหม่ๆ ในโลกวิชาการ ในระดับที่ข้ามพ้นอุดมการณ์ทางการเมืองทั้งมวล เพราะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายขวา ฝ่ายซ้าย อยู่ตรงกลาง หรือไม่เคยเลือกข้าง ความสุขและความทุกข์ของเราทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเงิน ล้วนมีที่มาที่ไปไม่ต่างกันมากนัก สฤณี อาชวานันทกุล
Price: 165.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_116421_th_2893852Mon, 29 Mar 2010 15:53:53 +0700
ถนนสายหนึ่ง / วรพจน์ พันธุ์พงศ์ คำนำ งานเขียนทุกเรื่องที่นำมารวมไว้ในเล่มนี้ผ่านการตีพิมพ์บนหน้านิตยสาร หลายฉบับ โดยเฉพาะ IMAGE และ GM ที่ผมเป็นคอลัมนิสต์ประจำ พ้นจากนั้นเป็นงานเฉพาะกิจที่ทำให้ open, travel guide และ front หลักๆ เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรอบสองปีที่ผ่านมา แต่ก็มีบางส่วนที่ย้อนเวลากลับไปไกลมากกว่า 5-7 ปี เพราะรื้อต้นฉบับดูแล้วเห็นว่าน่าจะรวบรวมไว้ในหมวดหมู่เดียวกัน โดยชื่อปก 'ถนนสายหนึ่ง' อธิบายตัวมันเองชัดแจ้งอยู่แล้วว่าจะเป็นหนึ่งไหนไปเสียไม่ได้ นอกจาก 'หนึ่ง วรพจน์' คนนี้ ส่วนคำโปรย 'เพื่อน และผู้คนที่พบผ่าน' ก็เป็นการเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาอีกเช่นกันว่าที่ผ่านมาพบเจออะไร ใครบ้างที่มีส่วนบ่มสร้างทัศนคติ แน่นอนว่ายังมีเพื่อนและผู้คนอีกจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกรวมไว้ กระทั่งอาจไม่เคยขีดเขียนถึง ทั้งสิ้นทั้งปวงย่อมมิใช่นัยเรื่องการจัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง อะไรเล็ก อะไรใหญ่ อะไรใกล้ อะไรไกล หากเป็นเรื่องของการจัดวางปกติที่ ณ วันนี้รู้สึกลงตัวกับเนื้อหาอารมณ์แบบนี้ เดือนหน้า ปีหนย้า ครุ่นคิดหรือสนใจสิ่งใดก็จะค่อยหารือสื่อสารไปตามสิ่งที่คิด ที่เชื่อ ไม่เห็นด้วย ไม่เชื่อในวิธีคิดแบบใด ก็จะโต้แย้ง ถกเถียง หากเห็นว่ามีเหตุผลเพียงพอ เรามีชีวิตอยู่ในยุคสมัยและวันเวลาที่ไม่ดีนัก โลกกำลังล่อลวงให้ผู้คนเดินไปสู่หลุมพรางกับดัก ด้วยเหยื่อจากทั้งความรัก ความแค้น และความสะดวกสบายที่ชวนให้ไถ่ถามอย่างยิ่งว่าสบายจริงหรือเปล่า โลกข้างในอ่อนแอ โลกข้างนอกเปราะบาง กระทบกระทั่งกันง่าย เรื่องเล็กถูกขยายเป็นเรื่องใหญ่ ปัญหาใหญ่ที่แท้จริงถูกมองข้าม หรือละไว้ในฐานที่่ต้องเข้าใจ ขณะที่สถานการณ์ยังดำเนินอยู่ เราคงมองเห็นได้ไม่ชัดนักว่าวิกฤติครั้งนี้ร้ายแรงแค่ไหน และจะนำไปสู่ภาวะใด สิ่งที่ทำได้น่าจะเป็นเรื่องการตรวจสอบตัวเอง และใครมีภาระหน้าที่ใดก็ต้องใส่ใจวิเคราะห์ ศึกษาลงมือทำมันให้เต็มที่ ศาลทำหน้าที่ของศาล ทหารทำหน้าที่ของตน และสื่อมวลชนก็พึงควรเปิดหูเปลือยตาให้มากกว่านี้ เราอยู่กันหลายคน หากถนนสายหนึ่งสายใดชำรุดพังทลาย ถนนอีกสายหนึ่งย่อมได้รับผลสะเทือนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งแทนที่จะช่วยสนับสนุนหรือเป็นโครงข่ายแก่กันและกันเพื่อก้าวไปสู่จุด หมาย ทุกอย่างก็ต้องล่าช้า เสียเวลาปรับปรุงซ่อมแซม นี่ไม่ใช่โมงยามของการเฉลิมฉลอง นี่ไม่ใช่เวลาทดลองของเล่นชื้นใหม่ แต่เป็นวันวัยแห่งการงาน ขับเคี่ยว ต่อสู้ รับผิดชอบไปตามบทบาทที่เลือก ที่เป็น หรือกำลังจะเป็น คุณเดินอยู่บนถนนของคุณ ผมเดินบนถนนของผม--ถนนนักเขียน มีอะไร เราแลกเปลี่ยนพูดคุยกัน ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนทำให้รัก และเลือกเดินบนถนนสายนี้   วรพจน์ พันธุ์พงศ์ 16 กุมภาพันธ์ 2553  
Price: 180.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_116421_th_2871607Thu, 18 Mar 2010 16:14:42 +0700
ทุกขณะนาทีของชีวิต คือข่าวสาส์นด้านใน / เขมานันทะ

คำนำสำนักพิมพ์ ทุกขณะนาทีของชีวิต คือข่าวสาส์นด้านใน เป็นการรวบรวมคำบรรยายและร่างคำบรรยายของ อาจารย์เขมานันทะ ผู้ค้นหาความหมายที่แท้มาตลอดช่วงชีวิต  เมื่อครั้งที่อาจารย์ไปนำภาวนา ณ วัดจวงเหยียน ประเทศสหรัฐอเมริกา ปี พ.ศ. 2541 สำหรับผู้ที่รู้จักอาจารย์เขมานันทะ คงทราบดีว่า การภาวนานี้คือ สมาธิแบบเคลื่อนไหวอันเป็นวิถีทางหนึ่งของการงอกงามทางปัญญา  และสำหรับผู้ที่ไม่รู้จักอาจารย์ จะยิ่งอัศจรรย์ใจมากขึ้น เมื่อได้รับทราบและตระหนักถึง ความรู้ตัวที่ปรากฏอยู่ภายในเราท่านทุกคน  ทั้งยังเปิดกว้างให้เห็นอันตรายของการมัวเมาตัวตน ที่รังแต่จะสร้างความขัดแย้งให้เกิดแก่กัน และเนื่องจากอาจารย์ต้องบรรยายเป็นภาษาอังกฤษให้ผู้คนต่างภาษาได้รับทราบ จึงยากที่จะเลี่ยงไม่ให้มีภาษาอังกฤษติดปนเข้ามาในหนังสือเล่มนี้  กระนั้น ในหลายบทที่ คุณสายพิณ กุลกนกวรรณ ฮัมดานี เป็นผู้แปล  คุณสายพิณก็ได้บรรจงแปลเป็นภาษาไทยไว้อย่างประณีตงดงาม นอกเหนือจากนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องกล่าวถึง คุณนิพัทธ์พร เพ็งแก้ว ผู้คอยดูแลต้นฉบับ เป็นธุระติดต่อประสานงาน เพื่อเผยแพร่ผลงานของอาจารย์เขมานันทะให้สาธารณชนรับทราบมาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งต้องขอขอบคุณ คุณวรุตม์ ทองเชื้อ แห่งสำนักพิมพ์สุขภาพใจ ที่ได้ตรวจค้นคำศัพท์บาลีและพระสูตรต่างๆ ในพระไตรปิฎกให้อย่างละเอียดถี่ถ้วน สำนักพิมพ์โอเพ่นบุ๊กส์หวังใจยิ่งนัก ว่าผู้อ่านจะได้รับทั้งโภคผลและอรรถรสจากการอ่านหนังสือเล่มนี้  แต่หากสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการอ่านนั้นคือการคิด  การหลงได้ปลื้มหนังสือเล่มนี้ก็คงไม่ใช่ที่สุดของการตื่นรู้ ดังที่อาจารย์เขมานันทะได้กล่าวไว้ว่า “การมัวคิดเก็งความจริงต่างๆ นั่นเองที่บดบังความจริงเท่าที่เป็นจริง ญาณจึงไม่เกิด เกิดได้แต่ปัญญารู้คิดเท่านั้น” แต่ไม่ผิดมิใช่หรือ หากหนังสือเล่มนี้จะทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง สื่อวิถีทาง เพื่อนำพาและชี้ชวนไปสู่ความหมายที่ลุ่มลึกลุ่มลึกยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา
Price: 120.00
สั่งซื้อ ]]>http://openbooks.tarad.com/product.detail_116421_th_2849241Mon, 08 Mar 2010 12:23:00 +0700แวมไพร์: ภูติผี ปิศาสจ ซาตาน แม่มด และศาสนา / ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ หนังสือเล่มนี้คงไม่ใช่หนังสือธรรมะล้วนๆ หรือไม่ได้มุ่งหมายที่จะเสนอแนะแนวทางในการใช้ชีวิต แนะนำการนั่งสมาธิ และอะไรต่อมิอะไรอย่างข้อเขียนทางศาสนาโดยทั่วไป แต่ออกจะหนักไปในแง่มุมทางประวัติศาสตร์ มนุษย์ศาสตร์ สังคมศาสตร์ หรือดีไม่ดีอาจจะมีการเมืองติดไม้ติดมือควบคู่ไปด้วย... แต่ถึงกระนั้นก็ตาม สำหรับผู้ซึ่งต้องการที่จะหาคำตอบในทางจิตวิญญาณ หรือต้องการที่จะรับประทานอาหารทางใจซักจาน สองจาน อีกทั้งไม่อยากที่จะบริโภคยาพิษ ไขมัน คอเรสโตรอล ฯลฯ อันอาจจะก่อให้เกิดโทษกับร่างกายเข้าไปด้วย ก็น่าจะทดลองอ่านๆกันดูบ้าง...อย่างน้อยที่สุดบรรดาหลักฐาน ข้อมูล ต่างๆ ที่ผมพยายามนำเอามาเรียบเรียง เพื่อให้เห็นถึงความเป็นมา เป็นไป ของความเชื่อแต่ละชนิด แต่ละประเภท ก็อาจพอนำเอาไปใช้ตรวจสอบ พิจารณา ได้บ้างว่า เอาเข้าจริงๆแล้ว...สิ่งที่ตัวท่านเอง กำลังใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยว เคารพ บูชา อยู่นั้น เป็น “ศาสนาแท้ๆ”หรือว่าเป็นแค่ความเชื่อบางอย่าง ที่ไม่ได้แตกต่างไปจาก ลัทธิแม่มด ภูติ ผี ซาตาน ฯลฯ ซึ่งกำลังหาทางยกระดับตัวเองให้กลายมาเป็น “ศาสนาใหม่” อยู่ในทุกวันนี้... ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์
Price: 220.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_116421_th_2843829Fri, 05 Mar 2010 17:22:30 +0700
เศรษฐธรรม: รวมบทปาฐกถากีรตยาจารย์แห่งเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ คำนำ เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีของการสถาปนาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะมีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รวบรวมผลงานอันทรงคุณค่าของกีรตยาจารย์... อาจารย์ผู้เป็นเกียรติแห่งคณะเศรษฐศาสตร์และแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน คณะเศรษฐศาสตร์มีอาจารย์ที่ได้รับการยกย่องเป็นกีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์  จำนวน 6 ท่าน คือ รองศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ จุนอนันตธรรม ศาสตราจารย์รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ ศาสตราจารย์ ดร.อภิชัย พันธเสน ศาสตราจารย์ ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ ศาสตราจารย์ ดร.ปราณี ทินกร และรองศาสตราจารย์ ดร.ภาณุพงศ์ นิธิประภา ทุกท่านมีความเป็นครู มีผลงานทางวิชาการที่โดดเด่น ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศและวงการวิชาการสังคมศาสตร์ของไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีจุดยืนที่มั่นคง คือ “เศรษฐธรรม” เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่เน้นการใช้ประโยชน์แห่งศาสตร์เพื่อความจริง ความถูกต้อง และความเป็นธรรม ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ กล่าวถึง “เศรษฐธรรม” หรือธรรมะทางเศรษฐกิจ ธรรมะทางเศรษฐกิจที่สำคัญคือความเป็นธรรมซึ่งเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ทำหน้าที่นี้มาตลอด 60 ปี ผลงานของกีรตยาจารย์ทุกท่านเป็นประจักษ์พยานในความข้อนี้ บทความของรองศาสตราจารย์ ดร.สุพจน์ จุนอนันตธรรม กีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ ประจำปี 2543 กล่าวถึงบทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ในการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้า และประมาณการความสูญเสียทางการเงินจากการแทรกแซงดังกล่าว บทความชิ้นนี้จึงบันทึกประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของเหตุการณ์ และบทเรียนของการบริหารเศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทย ศาสตราจารย์ ดร.อภิชัย พันธเสน กีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ ประจำปี 2545 ให้มุมมองเรื่องประชาธิปไตยกับการขจัดความยากจนจากจุดยืนของพุทธเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมองความยากจนว่ามีความหมายลึกซึ้งกว่าการไม่มีเงิน ความยากจนจึงมีความหมายใกล้เคียงกับความทุกข์ และความสุขที่แท้จริงคือการมีปัญญา การแก้ปัญหาความยากจนจึงต้องระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันทางศาสนา ปัญญาชน และปราชญ์ชาวบ้าน มิใช่เพื่อให้เกิดรายได้เพียงพอ แต่เพื่อให้เกิดทางสายกลางในการดำรงชีวิต สมดุลกับสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศ และสร้างระบบทางเศรษฐกิจที่จะไม่ทำลายตัวมนุษย์เอง ศาสตราจารย์ ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ กีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ ประจำปี 2547 ได้วิเคราะห์การใช้พลังงานกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในสองทศวรรษที่ผ่านมา บทวิเคราะห์ได้สรุปบทเรียนเรื่องการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ความเข้มข้นของการใช้พลังงาน และการใช้พลังงานในสาขาเศรษฐกิจต่างๆ ของไทย งานชิ้นนี้ชี้ว่า การใช้พลังงานตอบสนองต่อราคาอย่างสูง ผลจากการวิเคราะห์นำไปสู่การเสนอแนะแนวทางในการกำหนดนโยบายเพื่อความยั่งยืนด้านพลังงานของประเทศ ศาสตราจารย์ ดร.ปราณี ทินกร กีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ ประจำปี 2550 ได้เปลี่ยนมุมมองการวิเคราะห์ปัญหาเศรษฐกิจ โดยมองจากมุมของความทุกข์ แทนที่จะมองจากมุมของความสุขอย่างที่ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ได้นำเสนออยู่ทั่วไป บทความนี้วิเคราะห์นโยบายเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะในด้านการเจริญเติบโต การรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และการจ้างงาน ว่าควรจะเป็นเช่นไร บทสรุปชี้ว่า นโยบายบางเรื่องยังส่งผลไม่ทั่วถึงผู้ทุกข์ยาก และนโยบายมหภาคที่มุ่งลดความทุกข์ในด้านหนึ่ง อาจสร้างความทุกข์ที่รุนแรงกว่าในอีกด้านหนึ่ง ในขณะที่บทปาฐกถาของกีรตยาจารย์ท่านแรกของคณะเศรษฐศาสตร์เขียนขึ้นด้วยเกิดเหตุวิกฤเศรษฐกิจไทยปี 2540 บทปาฐกถาของกีรตยาจารย์ท่านล่าสุด มีที่มาจากเหตุวิกฤตเศรษฐกิจโลก ปี 2551-2552 ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย รองศาสตราจารย์ ดร.ภาณุพงศ์ นิธิประภา กีรตยาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาสังคมศาสตร์ ประจำปี 2551 วิเคราะห์นโยบายการคลังเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ว่าจะสามารถก่อให้เกิดความยั่งยืนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้หรือไม่ มีนโยบายทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้หรือไม่ และผลกระทบของการใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร บทปาฐกถาชี้ว่า ความสำเร็จของการกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่ที่การสร้างความเชื่อมั่น ซึ่งขึ้นอยู่กับวินัยทางการคลัง ประสิทธิภาพ และความเป็นธรรม ทั้งนี้ ผลกระทบสุดท้ายของการใช้นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจคือ ภาระภาษีที่จะกลับสู่ประชาชน บทสรุปจากผลงานของกีรตยาจารย์ทั้ง 5 ท่านคือ ปัญหาเศรษฐกิจมิอาจจบสิ้น ปัญหาความทุกข์ ความยากจน และความผิดพลาด ยังคงวนเวียนอยู่ แต่ในอีกด้านหนึ่ง การหาทางออกควรยึดเป้าหมาย คือ ปัญญา ประสิทธิภาพ และความเป็นธรรม คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผลงานอันทรงคุณค่าของกีรตยาจารย์ทุกท่าน นอกจากจะเป็นการจารึกประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทยและแนวความคิดของนักเศรษฐศาสตร์ไทยชั้นครูในช่วงเวลาหนึ่ง ยังเป็นตัวอย่างให้นักเศรษฐศาสตร์ไทยรุ่นหลังตระหนักถึงบทบาทในการรักษาและสืบทอด “เศรษฐธรรม” เพื่อให้เศรษฐศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ก่อประโยชน์แก่สังคมอย่างสร้างสรรค์ สืบค้นความเป็นจริงให้ปรากฏอย่างเป็นระบบ และชี้แนวทางเพื่อความถูกต้องและความเป็นธรรมในสังคมอย่างแท้จริง ด้วยจิตคารวะ รศ.ดร.ปัทมาวดี ซูซูกิ คณบดี
Price: 200.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_498118_th_2804102Mon, 15 Feb 2010 15:58:51 +0700
แผ่นดินฉานในม่านหมอก / พันเอกเจ้ายอดศึก นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว และ นวลแก้ว บูรพวัฒน์ ไม่มีปัญหาไหนโหดร้ายทารุณยาวนานเท่ากับการ “สิ้นชาติ” และไม่มีงานใดจะตรากตรำยากลำบากแสนเข็ญเท่ากับการ “กู้ชาติ” ดังนั้นการได้เฝ้ามอง วิถีของผู้นำ นายทหาร ประชาชนคนอพยพไทใหญ่ แต่ละคนที่ช่วยกันสุดกำลังในการ “สร้างชาติ” ไทใหญ่ขึ้นมาใหม่นี้ จึงทำให้ดิฉันมีแรง, ได้แรง ในการเผยแพร่เรื่องของพวกเขาต่อไป และสิ่งที่ชัดเจนก็คือ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในฐานะสื่อมวลชนที่ทำงานร่วมกับพวกเขา-ไม่ใช่ดิฉันหรอกที่เป็นกำลังใจให้พวก เขา แต่ความเป็น “ปกติ” ของพวกเขาต่างหากที่ช่วยให้ดิฉันมีแรงเขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องราวของคนไท ใหญ่ออกมา และยิ่งทำให้ดิฉันมั่นใจมากขึ้นในสิ่งที่เพื่อนไทใหญ่คนหนึ่งเคยบอกดิฉันว่า “เป้าหมายของกองกำลังกู้ชาติคือ “เอกราช” และความสงบร่มเย็นของประเทศไทใหญ่ เป้าหมายนี้เป็นหลักใจของคนไทใหญ่ทุกคน และเป็นหมุดชัยมั่นคงอยู่ตรงหน้า กองกำลังกู้ชาติไทใหญ่กำลังทำงานเต็มที่เพื่อไปสู่เป้าหมายนั้นทุกวัน เมื่อเป้าหมายไม่เคยขยับถอยไปไหน ระยะทางที่เราเดินตรงสู่เป้าหมาย ก็ย่อมสั้นลงเรื่อยๆ งานของเรากำลังก้าวหน้าไปเรื่อยๆ เมื่อหนทางสั้นลงทุกวันเช่นนี้ วันหนึ่งข้างหน้าคนไทใหญ่ต้องไปถึงเป้าหมาย เราต้องกู้ชาติของเราได้แน่นอน” นิพัทธ์พร  เพ็งแก้ว
Price: 220.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_116421_th_2715527Mon, 04 Jan 2010 14:30:42 +0700
Macrotrends: ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกใหม่และการปรับตัวของไทย หนังสือ Macrotrends: ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกใหม่และการปรับตัวของไทย จัดพิมพ์ขึ้นเนื่องในวาระครบรอบ 60 ปีของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยการริเริ่มของสมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักพิมพ์ openbooks โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์สู่สาธารณะ อันเป็นภารกิจที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยึดมั่นเสมอมาตลอดระยะเวลา 60 ปี หัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้คือ การสำรวจทิศทาง กระแส แนวโน้ม และการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในโลก ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อสังคมเศรษฐกิจโลกในช่วงทศวรรษต่อไป หรือที่หนังสือเล่มนี้เรียกว่า Macrotrends เทรนด์สำคัญเหล่านี้มีทั้งส่วนที่เป็นปัญหาด้านทรัพยากรของโลก ซึ่งมนุษยชาติต้องเผชิญร่วมกัน เช่น ภาวะสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง วิกฤตพลังงาน วิกฤตอาหาร ความยากจน เป็นต้น มีทั้งส่วนที่เป็นความพยายามที่จะเอาชนะปัญหาของโลกอย่างยั่งยืน เช่น แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน การบริโภคอย่างยั่งยืน กิจการเพื่อสังคม การทำธุรกิจอย่างยั่งยืน การลงทุนอย่างยั่งยืน และไมโครไฟแนนซ์ เป็นต้น มีทั้งส่วนที่เป็นผลพวงของการปฏิวัติและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น บทบาทของสื่ออินเทอร์เน็ตในการสร้างเครือข่ายทุนสังคมรูปแบบใหม่ และในการเป็นสื่อสังคม ซึ่งส่งผลในการเปลี่ยนรูปโฉมของเศรษฐกิจใหม่และสร้างวัฒนธรรมใหม่อย่างที่คนรุ่นเก่ายากจะจินตนาการถึง ตัวอย่างเช่น เศรษฐกิจความรู้ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เศรษฐกิจแจกฟรี และรูปแบบใหม่ของการทำงาน เป็นต้น      มีทั้งส่วนที่เป็นการเปลี่ยนแปลงของสังคมเศรษฐกิจโดยตรง เช่น การที่โลกก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การปฏิรูประบบประกันสุขภาพและระบบสวัสดิการในหลายประเทศ การปฏิรูปทางเศรษฐกิจอันเป็นผลพวงจากวิกฤตการณ์การเงินและวิกฤตการณ์เศรษฐกิจครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2007 เรื่อยมา เช่น การก้าวพ้นไปจากฉันทมติแห่งวอชิงตันแบบเดิม การปฏิรูประบบกำกับดูแลภาคการเงิน การที่รัฐกลับมามีบทบาททางเศรษฐกิจมากขึ้น การให้ความสำคัญกับการจ้างงานและค่าจ้างแรงงาน การลงทุนสีเขียว รวมถึง การเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกที่ภูมิภาคเอเชียหรือกลุ่ม BRICs มีบทบาททางเศรษฐกิจมากขึ้นโดยลำดับ ขณะที่สหรัฐอเมริกาลดบทบาทความเป็นผู้นำเดี่ยวทางเศรษฐกิจลง    เทรนด์สำคัญจำนวนมากหลากหลายมิติเหล่านี้ร่วมกันก่อร่างสร้างภูมิทัศน์ของเศรษฐกิจโลกใหม่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสังคมเศรษฐกิจไทยอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง การรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกและการประเมินผลกระทบของกระแสการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นต่อเศรษฐกิจอย่างรอบด้านย่อมเป็นการเตรียมความพร้อมที่ดีเพื่อให้เศรษฐกิจไทยในอนาคตสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน มีประสิทธิภาพ มีความเป็นธรรม และมีธรรมาภิบาล เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้แบ่งออกเป็น 2 ภาค ได้แก่   ภาคแรก ว่าด้วย Macrotrends: ภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกใหม่ สฤณี อาชวานันทกุล เอื้อมพร พิชัยสนิธ และ ปกป้อง จันวิทย์ แห่งคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะพาท่านผู้อ่านไปสำรวจภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกใหม่ ผ่านการแนะนำ 26 เทรนด์สำคัญที่จะเปลี่ยนเศรษฐกิจโลก  ภาคที่สอง ว่าด้วย เศรษฐกิจไทยบนกระแสการเปลี่ยนแปลงโลก ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา บรรณาธิการสำนักพิมพ์ openbooks และ ปกป้อง จันวิทย์ จะพาท่านผู้อ่านไปสำรวจความคิดว่าด้วยกระแสการเปลี่ยนของเศรษฐกิจโลกและการปรับตัวของเศรษฐกิจไทย ผ่านบทสัมภาษณ์ขนาดยาวของ 4 ตัวละครสำคัญของสังคมเศรษฐกิจไทย ได้แก่ คุณโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และ รศ.ดร.เกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์    
Price: 200.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_498118_th_2673444Tue, 08 Dec 2009 11:35:43 +0700
Trend / วรากรณ์ สามโกเศศ ฌอง-ปอล ซาร์ตร์ (JEAN-PAUL SARTRE) นักปรัชญาคนสําคัญของโลก เคยกล่าวว่า “IF YOU'RE LONELY WHEN YOU'RE ALONE, YOU'RE IN BAD COMPANY.” (ถ้าคุณเหงาในขณะที่อยู่คนเดียว นั่นแสดงว่าคุณมีเพื่อนที่ไม่เอาไหน) คําพูดนี้น่าคิด เพราะหมายถึงว่า ตัวเรานั้นคงแย่มากถึงไม่สามารถทําให้ตัวเองหายเหงาได้ ผู้เขียนขอเสนอแนะว่าหนังสือ TREND เล่มนี้ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ท่านผู้อ่านหายเหงา จนเป็นเพิ่อนที่ดีของตัวเองได้ในยามเมื่ออยู่คนเดียว TREND บรรจุเรื่องราวที่คัดสรรมาจากคอลัมน์ประจำของผู้เขียนในหนังสือพิมพ์ มติชนรายวัน และ มติชนสุดสัปดาห์ (คอลัมน์อาหารสมอง) โดยตั้งใจให้ทั้งความบันเทิงและสาระแก่ท่านผู้อ่าน ผู้เขียนมี “ช่องเฉพาะของตนเอง” หรือ NICHE ตรงที่เลือกเรื่องแปลกใหม่ที่อาจยังไม่มีใครเขียนถึง พร้อมข้อมูลที่ค้นคว้ามา ผ่านการเขียนด้วยภาษาง่ายๆ ผู้เขียนหวังว่า NICHE ที่อ้างถึงนี้จะเป็นจริงจากมุมมองของท่านผู้อ่าน การรู้ทันโลก โดยรู้ทั้งข้อเท็จจริงและแนวโน้มของสิ่งที่กําลังเกิดขึ้น เป็นสิ่งสําคัญอย่างยิ่งสําหรับการอยู่ในโลกที่มีความซับซ้อนและมืดดําได้อย่างมีความสุข เพราะความเท่าทันจะนําไปสู่การปรับตัวและการอยู่รอด ผู้เขียนหวังอย่างยิ่งว่า TREND จะมีส่วนช่วยให้ท่านผู้อ่านมีความสุขและสนุกกับเรื่องราวแปลกใหม่ที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนขอขอบคุณ คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา แห่งสํานักพิมพ์ OPENBOOKS ผู้เป็นธุระในการจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ คุณวรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง และอาจารย์ปกป้อง จันวิทย์ แห่งคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้กรุณาคัดเลือกข้อเขียนและดําเนินงานด้านบรรณาธิการให้อย่างดียิ่ง และคุณบุญชัย แซ่เงี้ยว สําหรับการตรวจทานคําผิดและถอดเสียงภาษาต่างประเทศ ขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่ได้ให้เกียรติแก่ผู้เขียนมาโดยตลอดหากมีข้อมูลใดผิดพลาด ผู้เขียนขอน้อมรับไว้ด้วยความคารวะแต่ผู้เดียว ด้วยความสํานึกในไมตรีจิตเสมอ
Price: 180.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_116421_th_2560689Wed, 21 Oct 2009 15:59:44 +0700
Tips / วรากรณ์ สามโกเศศ หนังสือเล่มนี้ชื่อ TIPS เพราะต้องการ “ให้” เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้แก่ท่านผู้อ่าน โดย TIPS มีความหมายได้ทั้ง “คําชี้แนะที่เป็นพิเศษ” และ “รางวัลสําหรับการบริการ” ผู้เขียนหวังอย่างยิ่งว่าท่านผู้อ่านจะพอใจกับ “การให้” ครั้งนี้ เพราะได้พยายามคัดสรรเรื่องแปลกที่ไม่ค่อยมีใครเขียนถึงมาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง เพื่อให้เป็นทั้งความรู้และความบันเทิงโดย “ไม่ต้องแบกบันได” มาอ่าน เหมือนในสมัยก่อนที่มักพูดกันว่า เมื่อจะฟังเพลงคลาสสิก ต้อง “แบกบันไดมาฟัง” ข้อเขียนเหล่านี้รวบรวมมาจากหนังสือพิมพ์ มติชนรายวัน และ มติชนสุดสัปดาห์ (คอลัมน์อาหารสมอง) โดยผู้เขียนได้แฝงข้อคิดของความเป็นมนุษย์ที่ดีไว้ในนั้น และแอบเสนอแนะให้ทุกคนรักกัน 
ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ให้ความเท่าเทียมกับเพศหญิง หลีกเลี่ยงการเอาเปรียบผู้อ่อนแอกว่า เห็นอกเห็นใจคนอื่นโดยเฉพาะคนที่มีฐานะแตกต่างกว่า และกระทําทุกสิ่งโดยถือว่าตนเองเป็นสิ่งมีค่ายิ่ง เป็นอาทิ เหนือสิ่งอื่นใด ผู้เขียนตั้งใจให้ผู้อ่านสามารถใช้เนื้อหาของ TIPS เป็นข้อมูลในการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนอย่างสนุกสนานและมีสาระ มนุษย์ทุกคนเป็น “สัตว์สังคม” มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอยู่แล้วโดยธรรมชาติ อย่างไรก็ดี ถ้าเป็น “สัตว์สังคม” ที่น่าเบื่อหน่ายเพราะไม่มีวัตถุดิบในการพูดคุยกับผู้อื่น ก็จะลดเสน่ห์ของตนเองลงไปเป็นอันมาก ผู้เขียนขอขอบคุณ คุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา แห่งสํานักพิมพ์ OPENBOOKS ผู้เป็นธุระในการจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ คุณวรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง และอาจารย์ปกป้อง จันวิทย์ แห่งคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้กรุณาคัดเลือกข้อเขียนและดําเนินงานด้านบรรณาธิการให้อย่างดียิ่ง และคุณบุญชัย แซ่เงี้ยว สําหรับการตรวจทานคําผิดและถอดเสียงภาษาต่างประเทศ ขอขอบคุณท่านผู้อ่านที่ได้ให้เกียรติแก่ผู้เขียนมาโดยตลอดหากมีข้อมูลใดผิดพลาด ผู้เขียนขอน้อมรับไว้ด้วยความคารวะแต่ผู้เดียว ด้วยความสํานึกในไมตรีจิตเสมอ

 

Price: 180.00
สั่งซื้อ ]]>
http://openbooks.tarad.com/product.detail_116421_th_2560583Wed, 21 Oct 2009 15:40:59 +0700